VISA คือ


VISA

วีซ่า คืออะไร

      วีซ่าในที่นี้มาจากคำภาษาอังกฤษว่า "VISA" ซึ่งหมายถึงหลักฐานการอนุญาตให้เข้าประเทศที่ทำเป็นรอยตราประทับ หรือเป็นแผ่นกระดาษสติกเกอร์ติด อยู่ในหนังสือเดินทาง โดยเป็นหลักการเดียวกันของประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่ได้ถือปฏิบัติว่า ก่อนที่คนของประเทศหนึ่งจะเดินทางเข้าไปอีกประเทศหนึ่ง ประเทศใด ก็จะต้องไปขอวีซ่าเพื่อเข้าประเทศจากกงสุลของประเทศที่จะเดินทางไปเสียก่อน เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ก็จะได้รับการประทับตราวีซ่า หรือติดเป็นสติกเกอร์ที่เป็นวีซ่าให้ในหนังสือเดินทาง  

      ตามปกติโดยทั่วไปแล้วถึงแม้ว่าการเดินทางระหว่างประเทศ จะต้องขอวีซ่าสำหรับเดินทาง เข้าประเทศนั้นๆ เสียก่อนก็ตาม แต่ก็มีข้อยกเว้นสำหรับบางประเทศที่ได้ทำความตกลงไม่ต้องขอวีซ่าระหว่างกันก็ได้ หรือบางประเทศอาจยกเว้นโดย การอนุญาตให้คนบางสัญชาติเดินทางเข้าไปได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าเลยก็ได้ 

      สำหรับในส่วนของประเทศไทยนั้น เป็นลักษณะผสม 3 อย่าง คือ
ต้องขอวีซ่าจากต่างประเทศก่อนเดินทางเข้ามา โดยขอวีซ่าที่มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า VISA ON ARRIVAL ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองบางด่านหรือที่สนามบินนานาชาติในประเทศไทย บางกรณีมีการยกเว้นสำหรับคนที่มีสัญชาติของบางประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่าเลยก็สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้ แต่ว่า พวกที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีวีซ่านี้ ก็จำกัดเพียงเฉพาะคนสัญชาติของประเทศที่มีความเจริญ และมีฐานะค่อนข้างดี ที่มีความประสงค์จะเข้ามาเพื่อการท่องเที่ยวในระยะเวลาสั้นๆ เพียง 30 วัน เท่านั้น 

      การตรวจลงตรา (วีซ่า) มีอยู่หลายประเภท บางประเภทจะออกให้สำหรับบุคคลที่ถือหนังสือเดินทางฑูต หรือหนังสือเดินทางราชการเท่านั้น บางประเภทจะออกให้กับคนต่างด้าวทั่วไปที่ต้องการจะเข้ามาอยู่ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราว และบางประเภทจะเป็นวีซ่าเกี่ยวกับผู้ที่จะเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร ซึ่งวีซ่าในแต่ละประเภทนี้ จะมีสิทธิแตกต่างกัน ทั้งในเรื่องของระยะเวลาที่จะได้รับอนุญาตให้พำนักอยู่ในประเทศไทยเป็น ระยะเวลายาวนานไม่เท่ากัน และค่าธรรมเนียมวีซ่าก็แตกต่างกัน

        ประเภทของการตรวจลงตรา

  1. ประเภทนักท่องเที่ยว  (Tourist Visa)
  2. ประเภทคนเดินทางผ่าน  (Transit Visa)
  3. ประเภทคนเดินทางผ่านชั่วคราว  (Non-Immigrant Visa)
  4. ประเภทอัธยาศัยไมตรี   (Courtesy Visa)
  5. ประเภทราชการ  (Official Visa)
  6. ประเภททูต   (Diplomatic Visa)
  7. ประเภทคนเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร   (Immigrant Visa)
  8. ประเภทคนเข้าเมืองนอกกำหนดจำนวนคนต่างด้าวที่จะเข้าไปมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรเป็นรายปี   (Non-Quota Immigrant Visa)
  9. 

คุณสมบัติของผู้ขอรับการตรวจลงตราประเภทนักท่องเที่ยว

  1. มีวัตถุประสงค์เดินทางเข้าไปในราชอาณาจักรเพื่อการท่องเที่ยว  หรือเพื่อไปรับการรักษาพยาบาล (medical treatment) ไม่เกิน 60 วัน (กรณีจำเป็นอาจขอขยายระยะเวลาการอยู่ต่อได้อีก 30 วัน)
  2. ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางอันถูกต้องและสมบูรณ์
  3. ไม่เป็นบุคคลต้องห้ามเข้าเมืองตาม พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 12 มาตรา 14 และมาตรา 16
  4. มีเงินหรือเอกสารที่จะพึงจ่ายหรือแลกเปลี่ยนได้เป็นมูลค่าเท่ากับอัตราแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทยคนละไม่น้อยกว่า 20,000.00 บาท หรือครอบครัวละไม่น้อยกว่า 40,000.00 บาท
  5. 

หลักฐานและเอกสารที่ใช้ในการขอรับการตรวจลงตราประเภทนักท่องเที่ยว

  1. เอกสารที่จำเป็นต้องใช้

             -  รูปถ่าย 2x2 นิ้ว 2 รูป

             -  หนังสือเดินทางซึ่งต้องมีหน้าตรวจลงตราเหลืออยู่อย่างน้อย 1 หน้า

  1. กรอกคำร้องขอรับการตรวจลงตรา 1 ฉบับ
  2. ค่าธรรมเนียมการตรวจลงตราครั้งละ 0 ดอลล่าร์สหรัฐฯ (ยกเว้นค่าธรรมเนียมจนถึง 4 มีนาคม 2553)
  3. เอกสารเพิ่มเติมสำหรับคนต่างด้าวบางสัญชาติ
  • ผู้ถือเอกสารเดินทาง (Re-enter permit) ของสหรัฐฯ
    • สำเนาใบสำคัญถิ่นที่อยู่ของสหรัฐฯ (Permanent Resident Alien Card) 2 ชุด
    • สำเนาตั๋วเครื่องบินไป-กลับ 2 ชุด
    • ผู้ถือหนังสือเดินทางของประเทศเนปาล บังคลาเทศ ปากีสถาน ศรีลังกา อินเดีย อัฟกานิสถาน สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐประชาชนเกาหลี ไนจีเรีย อัลจีเรีย อียิปต์ อิหร่าน อิรัก ปาเลสไตน์ เลบานอล ลิเบีย ซูดาน ซีเรีย เยเมน
      • สำเนาใบสำคัญถิ่นที่อยู่ของสหรัฐฯ (Permanent Resident Alien Card) 3 ชุด
      • สำเนาตั๋วเครื่องบินไปกลับ 3 ชุด
      • สำเนาหนังสือเดินทางเฉพาะหน้าข้อมูลผู้ถือหนังสือเดินทางและหน้าต่ออายุ   3 ชุด

 

คุณสมบัติของผู้ขอรับการตรวจลงตราประเภทคนเดินทางผ่าน

  1. มีวัตถุประสงค์เดินทางไปประเทศไทยเพื่อ
  • เดินทางผ่านราชอาณาจักร หรือ
  • เพื่อเล่นกีฬา หรือ
  • เป็นผู้ควบคุมพาหนะ หรือเป็นคนประจำพาหนะที่เข้าไปยังท่า สถานี หรือท้องที่ในประเทศไทย
  1. ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางอันถูกต้องและสมบูรณ์
  2. ไม่เป็นบุคคลต้องห้ามเข้าเมืองตาม พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 12 มาตรา 14 และมาตรา 16
  3. มีเงินหรือเอกสารที่จะพึงจ่ายหรือแลกเปลี่ยนได้เป็นมูลค่าเท่ากับอัตราแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทยคนละไม่น้อยกว่า 10,000.00 บาท หรือครอบครัวละไม่น้อยกว่า 20,000.00 บาท
  4. 

หลักฐานและเอกสารที่ใช้ในการขอรับการตรวจลงตราประเภทคนเดินทางผ่าน

  1. เอกสารที่จำเป็นต้องใช้

              -  รูปถ่าย 2 x 2 นิ้ว 2 รูป

              - หนังสือเดินทางซึ่งต้องมีหน้าตรวจลงตราเหลืออยู่อย่างน้อย 1 หน้า

  1. แสดงหลักฐาน
  • ตั๋วเครื่องบินสำหรับเดินทางไปประเทศที่สาม และ/หรือ
  • หนังสือเชิญให้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬา
  1. กรอกคำร้องขอรับการตรวจลงตรา 1 ฉบับ
  2. ค่าธรรมเนียมการตรวจลงตราครั้งละ 30 ดอลล่าร์สหรัฐฯ
  3. เอกสารเพิ่มเติมสำหรับคนต่างด้าวบางสัญชาติ
  • ผู้ถือเอกสารเดินทาง (Re-enter permit) ของสหรัฐฯ
    • สำเนาใบสำคัญถิ่นที่อยู่ของสหรัฐฯ (Permanent Resident Alien Card) 2 ชุด
    • สำเนาตั๋วเครื่องบินไป-กลับ 2 ชุด
    • ผู้ถือหนังสือเดินทางของประเทศเนปาล บังคลาเทศ ปากีสถาน ศรีลังกา อินเดีย อัฟกานิสถาน สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐประชาชนเกาหลี ไนจีเรีย อัลจีเรีย อียิปต์ อิหร่าน อิรัก ปาเลสไตน์ เลบานอล ลิเบีย ซูดาน ซีเรีย เยเมน
      • สำเนาใบสำคัญถิ่นที่อยู่ของสหรัฐฯ (Permanent Resident Alien Card) 3 ชุด
      • สำเนาตั๋วเครื่องบินไปกลับ 3 ชุด
      • สำเนาหนังสือเดินทางเฉพาะหน้าข้อมูลผู้ถือหนังสือเดินทางและหน้าต่ออายุ   3 ชุด
      • 

คุณสมบัติของผู้ขอรับการตรวจลงตราประเภทคนเข้าเมืองชั่วคราว

  1. มีวัตถุประสงค์เดินทางเข้าไปพำนักในประเทศไทยชั่วคราวมีกำหนดระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน  และอาจขอขยายระยะเวลาการอยู่ต่อในประเทศไทยได้อีกคราวละ 90 วัน รวมระยะเวลาการพำนักแล้วต้องไม่เกิน 1 ปี เพื่อการใดการหนึ่งดังต่อไปนี้
    • ปฏิบัติหน้าที่ทางราชการ
    • ติดต่อหรือประกอบธุรกิจ หรือทำงาน
    • ลงทุนที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง  หรือลงทุนหรือการอื่นภายใต้ข้อบังคับกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน
    • ศึกษา ดูงาน และฝึกอบรมต่าง ๆ
    • ปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชน
    • เผยแพร่ศาสนาที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ
    • ปฏิบัติงานด้านช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญ
    • การอื่นใด อันได้แก่
      • การเข้าไปใช้ชีวิตในบั้นปลายในฐานะผู้สูงอายุ
        1. มีอายุ 50 ปีบริบูรณ์ ขึ้นไป นับถึงวันยื่นคำร้อง
        2. ไม่มีประวัติที่เป็นภัยต่อความมั่นคง ทั้งต่อประเทศไทย และต่อประเทศที่ตนมีสัญชาติ หรือประเทศที่ตนมีถิ่นพำนัก
        3. มีสัญชาติหรือมีถิ่นพำนักถาวรในประเทศที่ตนยื่นคำร้อง
        4. ไม่เป็นโรคต้องห้ามตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2535)
        5. ไม่อนุญาตให้ทำงานในประเทศไทย
        6. คำแนะนำเมื่อเดินทางเข้ามาในประเทศไทยแล้ว
      • การเข้าไปในฐานะ คู่ความหรือพยานสำหรับการพิจารณาดำเนินคดี
      • การปฏิบัติหน้าที่ หรือภารกิจในครอบครัวของคนต่างด้าว ที่เข้าไปในประเทศไทยเป็นการชั่วคราวเพื่อปฏิบัติหน้าที่ทางการทูต กงสุล หรือปฏิบัติภารกิจอื่น โดยเป็นบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร ซึ่งอยู่ในความอุปการะ และเป็นส่วนแห่งครัวเรือนของบุคคลดังกล่าว
      • การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ คนรับใช้ส่วนตัวซึ่งเดินทางมาจากต่างประเทศเพื่อมาทำงานตามปกติ ณ ที่พักอาศัยของบุคคลในคณะผู้แทนทางการทูต หรือบุคคลซึ่งมีเอกสิทธิ์เท่าเทียมกัน กับบุคคลซึ่งมีตำแหน่งทางการทูตตามความตกลงที่รัฐบาลไทยได้ทำไว้กับรัฐบาลต่างประเทศ หรือ กับองค์การ หรือทบวงการระหว่างประเทศ
      • การให้ความอุปการะแก่หรือรับความอุปการะจากบุคคลสัญชาติไทย หรือบุคคล ผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย โดยเป็นบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร ซึ่งอยู่ในความอุปการะและเป็นส่วนแห่งครัวเรือนของบุคคลดังกล่าว
      • การปฏิบัติหน้าที่ให้แก่รัฐวิสาหกิจ หรือองค์การกุศลสาธารณะ
      • การเข้าไปในประเทศไทยของผู้เคยมีสัญชาติไทย เพื่อเยี่ยมญาติ หรือขอกลับเข้าไปอยู่ในประเทศไทย
      • การเข้าไปในประเทศไทยเพื่อการรักษาพยาบาล
      • การเข้าไปในประเทศไทยเพื่อเป็นผู้ฝึกสอนนักกีฬาตามความต้องการของทางราชการ
  2. ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางอันถูกต้องและสมบูรณ์
  3. ไม่เป็นบุคคลต้องห้ามเข้าเมืองตาม พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 12 มาตรา 14 และมาตรา 16
  4. มีเงินหรือเอกสารที่จะพึงจ่ายหรือแลกเปลี่ยนได้เป็นมูลค่าเท่ากับอัตราแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทยคนละไม่น้อยกว่า 20,000.00 บาท หรือครอบครัวละไม่น้อยกว่า 40,000.00 บาท
  5. 

หลักฐานและเอกสารที่ใช้ในการขอรับการตรวจลงตราประเภทคนเข้าเมืองชั่วคราว

  1. เอกสารที่จำเป็นต้องใช้
    • รูปถ่าย 2 x 2 นิ้ว 2 รูป
    • หนังสือเดินทางซึ่งต้องมีหน้าตรวจลงตราเหลืออยู่อย่างน้อย 1 หน้า
  2. แสดงหลักฐาน
    • หนังสือตอบรับ หรือหนังสือรับรองหรือยืนยันวัตถุประสงค์ของผู้ขอรับการตรวจลงตราจากหน่วยราชการ หรือรัฐวิสาหกิจของไทย และ/หรือ
    • หนังสือรับรองหรือยันยันวัตถุประสงค์ของผู้ขอรับการตรวจลงตราจากหน่วยราชการ หรือรัฐวิสาหกิจของต่างประเทศ หรือนิติบุคคลเอกชน พร้อมสำเนาหนังสือจดทะเบียนนิติบุคคลเอกชนนั้น
    • กรณีผู้ขอรับการตรวจลงตราเป็นส่วนหนึ่งในครัวเรือนของผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ให้แสดงหลักฐานการเป็นสามี ภรรยา บิดา มารดา หรือบุตร
    • กรณีเข้าไปใช้ชีวิตบั้นปลายในประเทศไทย ให้ยื่นคำขอและแสดงเอกสารประกอบ ดังนี้
      • หนังสือเดินทางที่มีอายุใช้ได้ไม่น้อยกว่า 1 ปีครึ่ง
      • แบบฟอร์มขอรับการตรวจลงตรา (พร้อมรูปถ่าย) จำนวน 3 ชุด
      • แบบฟอร์มประวัติส่วนตัว
      • สำเนาบัญชีเงินฝาก (Bank Statement) จำนวนเทียบเป็นเงินไทยไม่น้อยกว่า 800,000 บาท หรือหนังสือรับรองรายได้ (ฉบับจริง) เดือนละไม่น้อยกว่า 65,000 บาท หรือมีบัญชีเงินฝากและรายได้ (ต่อเดือน x 12) รวมกันไม่น้อยกว่า 800,000 บาท (เอกสารจะต้องได้รับการรับรองจาก Notary Public)
      • ในกรณีแสดงสำเนาบัญชีเงินฝาก ให้แสดงหนังสือรับรองจากธนาคาร (ฉบับจริง) ด้วย
      • ใบรับรองประวัติอาชญากรรม (Criminal Record) จากประเทศที่ตนมีสัญชาติ หรือจากประเทศที่ตนมีถิ่นพำนัก (ใบรับรองมีอายุไม่เกิน 3 เดือน (เอกสารจะต้องได้รับการรับรองจาก Notary Public) )
      • ใบรับรองแพทย์จากประเทศที่ยื่นคำร้องขอ ที่แสดงว่าไม่เป็นโรคต้องห้าม ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2535) (ใบรับรองมีอายุไม่เกิน 3 เดือน (เอกสารจะต้องได้รับการรับรองจาก Notary Public) )
      • ในกรณีมีความประสงค์จะนำคู่สมรสเข้ามาพำนักอยู่ในราชอาณาจักรด้วย ให้แสดงหลักฐานทะเบียนสมรสด้วย
    • กรณีเข้าไปในประเทศไทยในฐานะคู่ความหรือพยานในศาลไทย ต้องแสดงหมายศาลไทย
    • กรณีเข้าไปทำงานกับองค์การเอกชนต่างประเทศในประเทศไทย ให้แสดงหนังสือรับรองตัวบุคคลและประวัติการทำงานที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานภาครัฐในประเทศที่ตนมีถิ่นพำนักถาวร ซึ่งได้ผ่านการรับรองทางนิติกรณ์แล้ว
    • กรณีเข้าไปทำงานเป็นครูสอนในโรงเรียนที่มีระดับการศึกษาต่ำกว่ามหาวิทยาลัย ให้แสดงหลักฐานเอกสาร ดังนี้
  1. หนังสือรับรองการจ้างงานจากสถาบันการศึกษาในไทย
  2. ใบอนุญาตการจัดตั้งสถาบันการศึกษาของไทย
  3. หนังสือรับรองการขอวีซ่าจากหน่วยราชการไทย
  4. วุฒิการศึกษา
  5. รายละเอียดประวัติการทำงานของผู้ร้องขอรับการตรวจลงตรา
  6. เอกสารรับรองประวัติอาชญากรรม หรือหนังสือรับรองความประพฤติหรือรับรองประวัติจากหน่วยงานภาครัฐของครูต่างชาติ (อาจขอเพิ่มเติมสำหรับบางกรณีที่น่าสงสัย หรือหลักฐานประกอบไม่ครบถ้วนชัดเจน) 

 

 3.กรอกคำร้องขอรับการตรวจลงตรา 1 ฉบับ

 4.ค่าธรรมเนียมการตรวจลงตราครั้งละ 65 ดอลล่าร์สหรัฐฯ (ใช้เดินทางเข้าประเทศไทยได้ครั้งเดียว และอายุการตรวจลงตราใช้ได้ภายใน 3 เดือน) 

 5.เอกสารเพิ่มเติมสำหรับคนต่างด้าวบางสัญชาติ

  • ผู้ถือเอกสารเดินทาง (Re-enter permit) ของสหรัฐฯ

            - หลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้อง อาทิ หนังสือรับรองหรือยันยัน หนังสือตอบรับ เป็นต้น พร้อมสำเนาอีก 2 ฉบับ

            - สำเนาใบสำคัญถิ่นที่อยู่ของสหรัฐฯ (Permanent Resident Alien Card) 2 ชุด

            - สำเนาตั๋วเครื่องบินไป-กลับ 2 ชุด

  • ผู้ถือหนังสือเดินทางของประเทศเนปาล บังคลาเทศ ปากีสถาน ศรีลังกา อินเดีย อัฟกานิสถาน สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐประชาชนเกาหลี ไนจีเรีย อัลจีเรีย อียิปต์ อิหร่าน อิรัก ปาเลสไตน์ เลบานอล ลิเบีย ซูดาน ซีเรีย เยเมน
    • หลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้อง อาทิ หนังสือรับรองหรือยันยัน หนังสือตอบรับ เป็นต้น พร้อมสำเนาอีก 2 ฉบับ
    • สำเนาใบสำคัญถิ่นที่อยู่ของสหรัฐฯ (Permanent Resident Alien Card) 3 ชุด
    • สำเนาตั๋วเครื่องบินไปกลับ 3 ชุด
    • สำเนาหนังสือเดินทางเฉพาะหน้าข้อมูลผู้ถือหนังสือเดินทางและหน้าต่ออายุ   3 ชุด

 6. การขอรับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราวเมื่อประสงค์จะเข้ามาพำนักในราชอาณาจักรคราวละ 1 ปี (รหัส -A)

          1.  ผู้ขอรับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราวเพื่อเข้ามาปฏิบัติภารกิจที่มิใช่หน้าที่ทางราชการเป็นระยะเวลาเกินกว่า 90 วัน ถึง 1 ปี จะต้องให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาก่อน โดยการดำเนินเรื่องอาจกระทำได้ 2 วิธี คือ

                -  ติดต่อให้สถานกงศุลใหญ่ฯส่งเรื่องพร้อมรายละเอียดไปให้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพิจารณา

                -  บริษัทห้างร้านหรือหน่วยงาน ที่ประสงค์จะนำต่างด้าว คนต่างด้าวเข้านั้นเข้ามาในประเทศ สามารถติดต่อกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโดยตรงได้

          2.  ผู้ผ่านการพิจารณาจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้เข้ามาพำนักในราชอาณาจักรได้เป็นระยะเวลา 1 ปี สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะมีหนังสือแจ้งกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อแจ้งต่อมายังสถานกงสุลใหญ่ฯ ให้ตรวจลงตราให้แก่ผู้ร้องขอ

รูปภาพ: